วิธีการเลือกซื้อหยก และการทดสอบหยก

วันที่ 2014-02-13 12:22:34 ผู้เข้าชม : 24731

-- หลักในการเลือกซื้อหยก ***(ในเฉพาะกรณีของหัวแหวนและกำไลหยกนะครับ)*** --



 

การคัดเลือกหยกแข็งนั้น ควรมีความรู้เบื้องต้นเป็นพื้นฐานไว้ก่อนดังต่อไปนี้

1. สี   สีของหยกแข็งต้องเป็นสีเขียวสดและเขียวเข้ม สีเขียวดังกล่าวนี้ จะเปรียบเทียบได้เหมือนกับสีเขียวของใบไม้ในฤดูร้อน  และเมื่อได้รับแสงพระอาทิตย์ก็จะมันเงาสะท้อนแสง

2. ความโปร่งใส  เวลามองเข้าไปในเนื้อ จะเห็นสีเขียวนี้ ใสบริสุทธิ์เหมือนน้ำในลำธาร สามารถมองทะลุถึงก้นหยก และมีแสงแวววาว นั่นคือ ความโปร่งใส ถึงจะเป็นหยกคุณภาพดี แต่มูลค่าก็จะสูงมากๆ และหายากมากๆ ส่วนหยกที่มีความโปร่งใสน้อยราคาก็จะถูกลงมาตามลำดับ

3. ความแก่อ่อนของสี   ในหยกแข็งก้อนเดียวกัน สีเขียวควรจะต้องเสมอเท่ากันหมด จึงนับว่าเป็นสีที่ดีที่สุด (ราคาจึงแพงมาก) ถ้ามีสีทั้งแก่และอ่อนอยู่ในก้อนเดียวกัน ความแก่อ่อนจะต้องไม่ผิดกันมาก จึงจะนับว่าเป็นหยกเนื้อแข็งที่ดี (ราคาก็จะถูกลงมา)

4. ตำหนิของหยกแข็ง   มีจุดเป็นสีอื่น สีอะไรก็ตาม เพราะมีความเป็นธรรมชาติ  นอกจากนั้น ยังมีรอยผุกร่อน ซึ่งแสดงถึงความไม่บริสุทธิ์ หากจะหาหยกที่สะอาดบริสุทธิ์ จึงมีราคาสูงมากอีกทั้งยังหายากมากอีกด้วย
 

          


การดูหยกปลอม  ส่วนมากมักจะปลอมหรือทำเทียมดังนี้

1. มักจะทำหรือหล่อด้วยพลาสติก   น้ำหนักจะเบามาก สีไม่ใส ถ้าปลอมด้วยยางไม้หรือยางสน น้ำหนักก็ยิ่งเบา ความแข็งน้อยมาก ลองถูเบา ๆ ผิวหน้าก็จะปรากฏเป็นเส้น ๆ ถ้าปลอมด้วยกระจกหล่อ ก็จะพบว่ามีฟองอากาศอยู่ในเนื้อแก้ว  สีของหยกปลอมเหล่านี้มักจะอมเขียว ซึ่งถ้ามีสีแก่สีอ่อนเจือปนกัน หรือมีสีเขียวและสีขาวสลับกัน เราจะสังเกตุเห็นสีเทียมจะไม่กลมกลืนกัน ซึ่งผิดกับของจริงมากทีเดียว 

2. ปลอมโดยหินธรรมชาติที่มีราคาถูกกว่า   โดยย้อมสีให้เหมือนหยก เพื่อจะได้ราคาดี เช่น นำหินสีขาวที่มีลักษณะหรือคุณภาพคล้ายคลึงกันมาย้อมสีเป็นหยก หรือนำหิน โมราสีเขียวมาแต่งทำให้เหมือนหยก เป็นต้น

3. นำหยกธรรมชาติแท้ ๆ ที่สีไม่สวย นำมาย้อมสีให้สวยขึ้น เพื่อขายในราคาที่ดีกว่า การย้อมสีหยกนี้ สมัยก่อนใช้ความร้อนธรรมดาเคี่ยวให้สีแทรกซึมเข้าไปในเนื้อหยก แต่เมื่อถูกความร้อนเข้า หรือใช้ไปนาน ๆ สีก็จะตกเป็นสีเดิม การพิสูจน์ที่รู้ผลทันที ก็ด้วยการโยนหยกที่จะพิสูจน์ ลงไปในน้ำมัน ที่กำลังเดือด  สีเทียมก็จะสูญหายไปทันที  แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้ามาก  ทำให้การแยกแยะหยกอาบน้ำทำได้ยากมากขึ้น ซึ่งทางที่ดีควรให้ทางสถาบันตรวจสอบ 

          

*** วิธีทดสอบหยกแบบผิด ๆ ***


1.      ใช้วิธีง่ายๆ คือนำหยกมาเคาะกันดู จะเห็นว่าถ้าเป็นหยกแท้นั้น เสียงจะกังวานใส ของปลอมเสียงจะไม่ใส

** ข้อควรระวังสำหรับมือใหม่ ลูกค้าบางท่านก็เคาะกันซะเต็มที่เต็มแรง..หยกแท้ ที่มาราคาสูงนั้น จะค่อนข้างแข็ง เมื่อเอาหยกกับหยกมาเคาะกัน อาจทำให้แตกหักได้ ฉะนั้นวิธีนี้ควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ส่วนหยกแท้แต่เกรดรองลงมา เสียงอาจจะไม่กังวานเหมือนหยกแท้เกรดสูง ๆ เนื่องจากสภาพเนื้อหยกที่แตกต่างกัน  เพราะฉะนั้นวิธีนี้ไม่ถูกต้องเสมอไป

2.      จับหยกขึ้นมาไว้ในมือสักครู่ ดูว่าเย็นหรือไม่ ธรรมชาติของหยกจะมีความเย็นในตัว

** วิธีนี้ไม่สามารถพิสูจว่าแท้ได้ร้อยเปอร์เซน.. เพราะหยกมันคือหิน และสามารถเก็บอุณหภูมิโดยรอบไว้ในตัวเองได้
     
เคยเห็นเต็มตาเลย  พม่าเอาหยกแช่น้ำแล้วเอามาให้จับ เย็นไหม เอ่อเย็น พออยู่ในตู้ ที่เปิดไฟโชว์ของนานๆ มันก็ร้อนได้เหมือนกัน  แล้วหยกอาบน้ำหรือเรียกกันอีกอย่างว่า"หยกไต้หวัน หยกเกาหลี" ซึ่งทำมาจากจีน มันคือ เรซิ่น หล่อ เป็นทรง ทำสีสวยเหมือนหยก มันก็เย็นเหมือนกัน ฉะนั้น วิธีนี้ไม่ชัวร์100เปอร์เซนจ้า

3.      นำขึ้นส่องไฟดู ถ้าหยกแท้จะใสมองทะลุได้ ถ้าของปลอมจะขุ่นมองเห็นเป็นสีทึบ

** วิธีนี้ดูเหมือนง่าย ไม่มีอะไร เพราะวิธีนี้จะใช้กับหยกแท้ราคาแพง อยากเสนอเพิ่มเติมว่า "หยก ปลอม หยกอาบน้ำ หยกเกาหลี" นั้นส่องไฟก็โปร่งแสงเหมือนกัน 
     อ้าวแล้วงี้ทำไง !!! ไม่ยากจ๊ะ หยกที่แพงๆ ต้องใช้กล้องส่องพลอยเลยจะเห็นชัด กรณีราคาเป็นหมื่นเป็นแสนน่าส่องมาก แล้วหยก บางชนิด หรือเกรดราคาต่ำๆ เนื้อจะค่อนข้างทึบแต่แสงก็สามารถส่องผ่านได้ แต่น้อยมาก ก็ยังถือว่าเป็นหยก และ สังเกตุได้ง่ายๆ ว่า หยกแท้ สีจะไม่แปลกแปล๋นเกินธรรมชาติ  แต่หยกแท้ที่สีแปลกก็อาจเป็นหยกแท้ได้เช่นกัน แต่สีไม่สวยเลยโดนจับอาบน้ำ ให้เป็นสีแจ่มๆสวยๆ บางทีหยกอาบน้ำบางเกรด ก็สวยมาก จนแยกไม่ออก สุดท้ายเข้าตรวจสอบกับทางสถาบันดีที่สุด 
 
4.      นำเส้นผมมาพันให้แนบแน่นไปกับเนื้อหยก แล้วเอาไฟลน เส้นผมจะยังคงสภาพเดิมแต่หยกจะร้อนขึ้น

 ++วิธีนี้ อาจไม่ได้ผลกับหยกปลอมบางเกรด ที่ปลอมเนียนๆ มีความเป็นหินมากกว่าเป็น เรซิน หรือมีวิธีการปลอมเคลือบภายนอก ที่ดี ก็จะทำให้วิธีการเผานั้นไม่ได้ผล เส้นผม อาจจะคงสภาพเดิมเหมือนหยกแท้ เอาไฟลนแล้วสารเคลือบก็ไม่หลุด แบบว่าพี่จีนเค้าเก่ง งั้นวิธีนี้ ก็ต้องตัดไป แต่หยกปลอมบางชิ้น หรือบางเกรดที่ปลอมไม่ดี เช่นพวกเรซิ่น ก็จะไหม้ หรือสารเคลือบอาจหลุดหลอกออกมาให้เห็นกันชัดๆเลยทีเดียว

         วิธีทั้ง 4 วิธีนี้  เป็นวิธีที่นิยมใช้กันอย่างผิดๆ มากที่สุด ในการซื้อหยก แต่อาจมีวิธีมากกว่านี้ ฉะนัั้น การที่เราจะเลือกซื้อหยก เพื่อความแน่ใจ ควรดูร้านที่น่าเชื่อถือ ถ้าราคาสูงมาก ก็ ควรตรวจสอบให้แน่ชัด กับทางสถาบัน โดยยืนยันกับทางร้านให้ชัดเจน ว่าหากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่หยก Type A ทางร้านต้องยินดีคืนเงิน แต่ถ้าราคาถูกไม่ซีเรีส ลองซื้อมานั่งเผาดู อิอิ  ทั้งนี้เพื่อความสบายใจ หรือซื้อมาใส่เล่นเสริมดวงในเรื่องของสีนำโชค หรือเสริมความรู้สึกดีๆของเราได้ ถ้าปลอมแต่ถูก ก็ทำใจ แต่ถ้าเจอปลอมแล้วแพงก็ต้องจำไว้เป็นบทเรียน ศึกษาไปเรื่อยๆ แล้วจะทำให้เข้าใจมากขึ้นเอง
 

** หากท่านที่สนใจหัวแหวนและกำไลหยกแท้ท่านสามารถเลือกชมและเลือกซื้อกับทางเราได้ **
จากการดำเนินงานมากว่า 20 ปี เรายึดมั่นในความจริงใจและความซื่อสัตย์ 
ดังนั้นเราจึงกล้ารับประกันสินค้าทุกชิ้นว่าเป็นของแท้ 100 % 
หวังเป็นยิ่งว่าเราคงมีโอกาสได้รับใช้ท่านครับ 

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง